การใช้ระบบติดตาม GPS ในการจัดการเหตุการณ์กากแคดเมียมรั่วไหล

เหตุการณ์กากแคดเมียมรั่วไหลที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของระบบติดตามการขนส่งขยะอันตรายอย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้มุ่งเน้นไปที่บทบาทสำคัญของระบบ GPS ในการติดตามและจัดการเหตุการณ์กากอันตรายรั่วไหล โดยเฉพาะกรณีของกากแคดเมียมที่เป็นข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา

ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว รถที่ใช้ขนส่งขยะอุตสาหกรรมหรือขยะอันตราย จำเป็นต้องลงทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม และได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการขนย้ายขยะเหล่านี้ไปยังสถานที่บำบัดหรือกำจัดที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ รถขนส่งดังกล่าวยังต้องติดตั้งระบบติดตามพิกัดด้วยระบบดาวเทียม (GPS) เพื่อติดตามเส้นทางการขนส่งตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก กฎหมายเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อควบคุมกำกับดูแลและลดความเสี่ยงจากการขนส่งขยะอันตรายที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน

ข้อมูลจากระบบ GPS จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามและควบคุมการเคลื่อนย้ายของขยะอันตราย ช่วยลดความเสี่ยงต่อการรั่วไหลหรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตำแหน่งของรถได้ตลอดเวลา หากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติขึ้นก็สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

กรณีศึกษาที่ชัดเจนคือ เหตุการณ์กากแคดเมียมรั่วไหลที่ผ่านมา หากรถขนส่งที่เกี่ยวข้องได้รับการติดตั้งระบบ GPS ที่มีประสิทธิภาพ ข้อมูลการติดตามจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุเส้นทางการขนส่ง จุดแวะพัก และสถานที่ปลายทางของกากแคดเมียมได้อย่างแม่นยำ

ข้อมูลนี้จะช่วยให้สามารถจำกัดวงพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากการรั่วไหล เร่งการเก็บกู้และควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม หากเกิดการรั่วไหลบริเวณที่พักอาศัยหรือพื้นที่อ่อนไหว เจ้าหน้าที่จะได้รับการแจ้งเตือนทันทีและดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อลดผลกระทบ

ระบบ GPS ของ Heliot เป็นระบบติดตามที่มีประสิทธิภาพ สามารถอัปเดตข้อมูลตำแหน่งแบบเรียลไทม์ทุก 15 วินาที และสามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้นานถึง 1 ปี คุณสมบัตินี้ทำให้สามารถติดตามเส้นทางการขนส่งของขยะอันตรายย้อนหลังได้อย่างละเอียด

นอกจากนี้ ระบบ GPS ของ Heliot ยังรองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบออนไลน์ไปยัง E-Fully Manifest ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามการเคลื่อนย้ายของกากอันตรายได้อย่างต่อเนื่องผ่านระบบหลัก ลดความเสี่ยงต่อการสูญหายของข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมกำกับดูแล

กรณีเกิดเหตุการณ์รั่วไหล ข้อมูลจากระบบ GPS ที่ถูกส่งตรงไปยังระบบ E-Fully Manifest จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุจุดรั่วไหล สถานที่ เวลา และเส้นทางการเคลื่อนย้ายได้อย่างแม่นยำ เพื่อเร่งการเข้าถึงพื้นที่และควบคุมสถานการณ์ได้ทันท่วงที ลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

 

บทสรุป:

การนำระบบ GPS มาใช้ในการขนส่งขยะอันตรายร่วมกับการเชื่อมต่อข้อมูลไปยังระบบ E-Fully Manifest เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด จะช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์กากอันตรายรั่วไหลที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น

เฮลลิออท ช่วยอะไรคุณได้บ้าง?

Dinoculars 2.0 Update

อัพเดทใหม่ล่าสุด แอปพลิเคชั่นไดโนคูลาร์ ติดตามยานพาหนะ ได้ทุกที่ ทุกเวลา เพิ่มใหม่ ฟีทเจอร์ ดูประวัติย้อนหลัง และสร้างรายงานที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ

อ่านต่อ »

เคล็บลับ ขับรถปลอดภัยช่วงหน้าฝน

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ การเดินทางโดยยานพาหนะบนท้องถนนในช่วงนี้จึงมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นจากปกติ เนื่องจากสภาพถนนลื่นเปียกจากฝนตก อาจทำให้เกิดอันตรายจากการลื่นไถล วัตถุหรือขยะที่มีพื้นผิวลื่นบนพื้นถนน แสงสะท้อนจากท้องถนน รวมถึงน้ำท่วมขังที่มองไม่เห็นระดับความลึก และทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงจากสภาพอากาศฝนตกหนัก

อ่านต่อ »

เช็คด่วน! ความเร็วเท่าไหร่ถึงไม่โดนปรับ

สำหรับธุรกิจที่มีพนักงานขับรถจำนวนมาก การควบคุมดูแลให้พนักงานปฏิบัติตามกฎจราจรและขับขี่อย่างปลอดภัยนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดอาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ การติดตั้งระบบ GPS ติดตามรถจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยในการเฝ้าติดตามพฤติกรรมการขับขี่ของพนักงาน

อ่านต่อ »
Scroll to Top