1. การใช้งานรถนอกเส้นทางหรือเพื่อกิจกรรมส่วนตัว
การใช้รถนอกเหนือจากงานที่ได้รับมอบหมาย เช่น วิ่งอ้อม หรือใช้เพื่อธุระส่วนตัว ทำให้ระยะทางใช้งานสูงเกินความจำเป็น ส่งผลโดยตรงต่อค่าน้ำมัน ค่าเสื่อมสภาพ และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถ
แนวทางจัดการด้วยเทคโนโลยี
ระบบติดตามรถแบบเรียลไทม์ช่วยให้สามารถตรวจสอบตำแหน่งและเส้นทางย้อนหลังได้อย่างชัดเจน พร้อมกำหนดพื้นที่การใช้งานรถเพื่อควบคุมการใช้รถให้ตรงตามวัตถุประสงค์
2. พฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัยและสิ้นเปลืองพลังงาน
พฤติกรรมอย่างการเร่งเครื่องแรง เบรกกระชาก หรือขับเร็วเกินกำหนด ไม่เพียงเพิ่มความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุ แต่ยังทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันและเพิ่มการสึกหรอของชิ้นส่วนรถ
แนวทางจัดการด้วยเทคโนโลยี
กล้อง AI และระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่ช่วยแจ้งเตือนเหตุการณ์เสี่ยง และสรุปข้อมูลเพื่อใช้ปรับปรุงพฤติกรรมของพนักงานขับรถในระยะยาว
3. การสูญเสียน้ำมันจากการทุจริตหรือการใช้งานผิดปกติ
น้ำมันเป็นต้นทุนหลักของโลจิสติกส์ การสูญเสียจากการลักลอบดูดน้ำมัน หรือการจ่ายน้ำมันที่ไม่ตรงกับการใช้งานจริง เป็นปัญหาที่หลายธุรกิจมองไม่เห็นจนกว่าจะสายเกินไป
แนวทางจัดการด้วยเทคโนโลยี
อุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำมันสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของน้ำมันในถังแบบเรียลไทม์ พร้อมแจ้งเตือนเมื่อพบความผิดปกติ ช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มความโปร่งใส
4. การซ่อมบำรุงที่ขาดการวางแผน
การซ่อมรถเฉพาะเมื่อเกิดปัญหา ทำให้มีความเสี่ยงที่รถจะเสียกลางทาง ส่งผลให้การขนส่งล่าช้า เพิ่มค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน และกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า
แนวทางจัดการด้วยเทคโนโลยี
ระบบแจ้งเตือนรอบซ่อมบำรุงตามระยะทางหรือระยะเวลา ช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนดูแลรถล่วงหน้า ลด Downtime และยืดอายุการใช้งานของรถ
5. ขาดข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้บริหารจัดการผิดพลาด
เมื่อผู้บริหารไม่สามารถเห็นสถานะรถ ตำแหน่ง หรือการใช้งานในปัจจุบันได้ การตัดสินใจต่าง ๆ มักอาศัยการคาดเดา ซึ่งอาจนำไปสู่การใช้ทรัพยากรที่ไม่คุ้มค่า
แนวทางจัดการด้วยเทคโนโลยี
Dashboard สรุปข้อมูลแบบเรียลไทม์ช่วยให้เห็นภาพรวมของกองรถทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสถานะการใช้งาน ระยะทาง หรือเหตุการณ์สำคัญ ทำให้การตัดสินใจแม่นยำมากขึ้น
6. การวางแผนเส้นทางและการใช้รถที่ไม่มีประสิทธิภาพ
การวางแผนเส้นทางที่ไม่เหมาะสม เช่น เลือกเส้นทางอ้อม ไม่คำนึงถึงระยะทางหรือสภาพการจราจร รวมถึงการจัดการใช้รถซ้ำซ้อน ส่งผลให้เกิดต้นทุนที่ไม่จำเป็น ทั้งค่าน้ำมัน ค่าแรง และเวลาการทำงานที่สูญเปล่า
เมื่อไม่มีข้อมูลและเครื่องมือช่วยวางแผน เส้นทางที่ใช้จริงอาจไม่ใช่เส้นทางที่เหมาะสมที่สุด ทำให้รถใช้เวลาวิ่งนานขึ้น ส่งงานล่าช้า และเพิ่มภาระให้กับพนักงานขับรถ
แนวทางจัดการด้วยเทคโนโลยี
ระบบวางแผนเส้นทางรถ (Route Planning) ที่มีฟังก์ชัน Route Optimization ช่วยคำนวณเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด โดยพิจารณาจากระยะทาง เวลา และจุดหมายปลายทางหลายจุดในเที่ยวเดียว ช่วยลดการวิ่งอ้อม ลดการใช้พลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้รถแต่ละคันให้คุ้มค่ามากขึ้น
7. ข้อมูลกระจัดกระจาย ทำให้วิเคราะห์ผิดและตัดสินใจล่าช้า
เมื่อข้อมูลรถ น้ำมัน พฤติกรรมการขับขี่ และประวัติการใช้งานอยู่แยกกันหลายแหล่ง การวิเคราะห์ต้นทุนจึงทำได้ยาก และเสี่ยงต่อการตัดสินใจที่คลาดเคลื่อน
แนวทางจัดการด้วยเทคโนโลยี
การมีระบบที่รวบรวมข้อมูลไว้ในที่เดียว พร้อมรายงานที่สามารถดาวน์โหลดและนำไปวิเคราะห์ต่อได้ ช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมที่ชัดเจน ลดความผิดพลาด และควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ